Opps!! We have created wonderful content, right? Glad to know that you are a fan of what we do.

LAIS ศูนย์วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ ซัมเมอร์แคมป์ อังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา เยอรมัน ทุกระดับชั้นเรียน

 

 

การเตรียมตัว

หากต้องการศึกษาที่สหรัฐอเมริกาในระดับอนุบาลถึงมัธยมปลาย (K-12) ขั้นตอนแรกคือทำความเข้าใจระบบการศึกษาในสหรัฐฯ และผู้ปกครองควรค้นหาหรือศึกษาข้อมูลโรงเรียนที่เหมาะสมกับบุตรของตัวเอง ในสหรัฐอเมริกาเด็กจะเข้าเรียนในโรงเรียนระดับประถม (elementary and middle schools) และโรงเรียนระดับมัธยมปลาย (high school)

 

ความแตกต่างระหว่างโรงเรียนรัฐบาล และโรงเรียนเอกชน

ความแตกต่างระหว่างโรงเรียนรัฐบาลและโรงเรียนเอกชน ในสหรัฐอเมริกา เด็กจะเข้าเรียนในโรงเรียน K-12 ที่เป็นของรัฐบาลหรือโรงเรียนเอกชน โรงเรียนรัฐบาลได้รับการสนับสนุนจากรายได้ภาษีท้องถิ่น รัฐ และรัฐบาลกลาง ขณะที่โรงเรียนเอกชนได้รับการสนับสนุนจากค่าเล่าเรียนที่ผู้ปกครองชำระ เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจความแตกต่างนี้เนื่องจากมีกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกันสำหรับโรงเรียนรัฐบาลและโรงเรียนเอกชน K-12

 

Grade 9 to Grade 12 ในโรงเรียนรัฐบาลจะมีกฎ

เช่น ถ้าเป็นกลุ่มโรงเรียนรัฐบาลในระดับ Grade 9-12  สามารถเรียนได้โปรแกรมประเภท Student Exchange Visitor  Program (SEVP)  ในขณะที่วีซ่าประเภท F-1 or M-1 นักเรียนจะไม่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐบาลได้ช่วงระดับอนุบาล - เกรด 8 เนื่องจากกลุ่มโรงเรียนรัฐบาลไม่ได้รับรองจาก SEVP

ดังนั้น วีซ่าประเภท F-1 หรือ M-1 จะใช้ได้กับนักเรียนระดับตั้งแต่อนุบาลจนถึง เกรด 12 ที่ต้องเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชน (Private School)

 

โรงเรียนรัฐบาลได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากภาษีท้องถิ่น

โรงเรียนรัฐบาลในสหรับอเมริกาได้รับการสนับสนุนจากภาษีท้องถิ่น รัฐ และรัฐบาลกลาง นักเรียนวีซ่า F-1 ที่เข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายของรัฐบาลที่ได้รับการรับรองจาก SEVP  ต้องชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ที่ไม่ใช่ได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ )การเข้าเรียนเป็นเวลาหนึ่งปี และค่าธรรมเนียม I-901 SEVIS FEE ต้องดำเนินการก่อนที่นักเรียนที่จะขอวีซ่า F-1 หรือ M-1 นักเรียนที่สมัครวีซ่า F-1 หรือ M-1 ต้องแสดงหลักฐานการชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดระหว่างการสัมภาษณ์วีซ่า และอาจต้องแสดงอีกครั้งที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเมื่อขอเข้าประเทศสหรัฐฯ

 

การลงทะเบียนเรียนในโรงเรียนรัฐบาล

นักเรียนต่างชาติสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายของรัฐบาลที่ได้รับการรับรองจาก SEVP (ระดับชั้นเกรดเก้าถึงเกรดสิบสอง) โดยมีข้อจำกัดบางประการ

นักเรียนต่างชาติสามารถศึกษาในโรงเรียนมัธยมปลายของรัฐบาลได้สูงสุด 12 เดือน ซึ่งระยะเวลานี้รวมถึงโรงเรียนมัธยมปลายของรัฐบาลทุกแห่งที่นักเรียนเข้าเรียน อย่างไรก็ตาม เวลาในการลงทะเบียนเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายของรัฐบาลในสถานะที่ไม่ใช่ F-1 จะไม่นับรวมในระยะเวลา 12 เดือน นักเรียนวีซ่า F-1 ไม่สามารถใช้เวลาเรียนปีเดียวที่โรงเรียนมัธยมปลายของรัฐบาลแห่งหนึ่งแล้วโอนย้ายไปยังโรงเรียนมัธยมปลายของรัฐบาลแห่งอื่น แต่สามารถโอนย้ายจากโรงเรียนมัธยมปลายของรัฐบาลไปยังโรงเรียนมัธยมปลายเอกชนได้ หากต้องการเรียนเพื่อให้ได้ประกาศนียบัตรมัธยมปลายหรือระดับเทียบเท่า รวมถึงการโอนย้ายจากโรงเรียนมัธยมปลายของรัฐบาลไปสู่การศึกษาระดับสูง

นักเรียนต่างชาติต้องชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ใช่แบบได้รับการสปอนเซอร์ / ในการเข้าเรียนในเขตการศึกษา ซึ่งการชำระค่าใช้จ่ายนี้ต้องดำเนินการก่อนที่นักเรียนที่จะสมัครวีซ่า F-1 นักเรียนต่างชาติที่ต้องแสดงหลักฐานการชำระค่าใช้จ่าย ในระหว่างการสัมภาษณ์วีซ่าและที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเมื่อขอเข้าประเทศสหรัฐฯ

หมายเหตุพิเศษสำหรับเด็กเล็กของนักเรียน F-1 และ M-1 รวมถึง

  • เด็กเล็กที่เป็นผู้ติดตาม F-2 หรือ M-2 ของนักเรียน F-1 หรือ M-1 สามารถเข้าเรียนในโรงเรียน K-12 ของรัฐบาลที่ระดับชั้นที่เหมาะสมได้โดยไม่ต้องขออนุญาตหรือเอกสารเพิ่มเติมจาก SEVP
  • กฎหมายการศึกษาของรัฐอาจกำหนดให้นักเรียน F-2 และ M-2 ต้องเข้าเรียนในระดับชั้นที่เหมาะสมจนกว่าจะถึงอายุที่กำหนด
  • โรงเรียนประถม, มัธยมต้น หรือมัธยมปลายที่นักเรียน F-2 หรือ M-2 เข้าเรียนไม่จำเป็นต้องได้รับการรับรองจาก SEVP
  • หากเด็กเล็กที่เป็นผู้ติดตาม F-2 หรือ M-2 ต้องการโอนย้ายจากโรงเรียนรัฐบาลไปยังโรงเรียนเอกชน นักเรียน F-1 หรือ M-1 และ/หรือคู่สมรส F-2 ควรปรึกษากับ DSO ของโรงเรียน
  • ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎระเบียบของ SEVP สำหรับผู้ติดตาม F-2 หรือ M-2 ที่เรียนในสหรัฐอเมริกา คลิ๊ก  Change of Status | Study in the States (dhs.gov)

 

ต้องสมัครเรียนในโรงเรียนที่ได้รับการรับรองจาก SEVP-Certified School

จำเป็นต้องรู้ว่าโรงเรียนจะต้องได้รับการรับรองโดย Student and Exchange Visitor Program (SEVP) เท่านั้น โรงเรียนนั้นถึงจะสามารถรับนักเรียนต่างชาติได้ ซึ่งโรงเรียนที่จะได้รับ SEVP รับรองจะมีจำเพาะอยู่ 2 ประเภทเท่านั้นคือ

  1. โรงเรียเอกชนตั้งแต่ระดับ K-12 โรงเรียนประเภทนี้รับได้ทุกระดับชั้น
  2. โรงเรียนรัฐ ซึ่งจะรับได้ตั้งแต่เกรด 9 ถึง เกรด 12

ซึ่งหมายความว่าโรงเรียนรัฐในระดับเล็กคือ อนุบาลถึงเกรด 8 จะไม่อนุญาติให้รับนักเรียนต่างชาติในวีซ่าประเภท F-1 ได้ ถ้าต้องการค้นหาข้อมูลโรงเรียนในสหรัฐอเมริกาเพิ่มเติมก็สามารถดูได้จากลิงค์นี้ School Search     

เป็นเครื่องมือตรวจเช็คโรงเรียนที่เราสนใจว่าได้รับการรับรองโดย SEVP หรือไม่ ซึ่งผู้ปกครองก็สามารถค้นหาด้วยวิธีพิมพ์ชื่อโรงเรียน ตำแหน่ง ระบบการศึกษา หรือประเภทวีซ่าลงไปได้ ซึ่งเมื่อหาโรงเรียนที่ต้องการค้นได้แล้วก็สามารถอ่านข้อมูลในการสมัครต่อไปได้

 

รับฟอร์ม  I-20

เมื่อได้รับการตอบรับเข้าโรงเรียนที่ได้รับการรับรองในระบบ SEVP-certified school ต่อไปนักเรียนจะได้รับฟอร์ม Form I-20 และ Certificate of Eligibility for Non Immigrant Student Status  (ใบรับรองสิทธิ์ในการมีสถานะนักเรียนชาวต่างชาติที่ไม่ได้เป็นผู้อพยพ) สำคัญนักเรียนควรทำความคุ้นเคยหรือรู้จักชื่อเจ้าหน้าที่ DSO ที่โรงเรียนไว้ เนื่องจากเป็นคนที่จะช่วยนักเรียนในการทำความเข้าใจกฎระเบียบต่าง ๆ ในการเรียนในสหรัฐอเมริกา นักเรียนต้องรู้ว่าเค้าคือใคร และจะติดต่อเค้าได้อย่างไร

แบบฟอร์ม I-20 เป็นเอกสารที่สำคัญซึ่งควรเก็บไว้ให้ปลอดภัย เนื่องจากจะต้องใช้มันตลอดกระบวนการเป็นนักเรียนที่สหรัฐอเมริกา

 

การวางแผนบริหารจัดการที่เหมาะสม

ผู้ปกครองที่มีบุตรเรียนระหว่างระดับ K-12 ไม่ได้มีสิทธิ์ได้รับสถานะวีซ่าผู้ติดตามเข้าสหรัฐด้วยวีซ่า F-2 หรือ M-2 ดังนั้นผู้ปกครองของนักเรียนในระดับ ต้องควรรู้กระบวนการการเรียนและกฎระเบียบของ SEVP ก่อนที่จะส่งลูก ๆ เข้าเรียนต่อในสหรัฐอเมริกา  และควรตั้งคำถามให้มากที่สุด อะไรไม่เข้าใจ ให้เคลียร์ก่อนกับเจ้าหน้าที่ DSO ของนักเรียน เช่น

  • หาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนล่วงหน้า เช่น รูป วิดีโอ ข้อความ หรือการพูดคุยกับโฮสแฟมิลี่เพื่อแนะนำตัว ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก สอบถามการจัดการการดูแลนักเรียนเป็นอย่างไร
  • มีเอกสารทางกฎหมายที่ระบุใครเป็นผู้ปกครองของเด็กและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีข้อตกลงเกี่ยวกับการดูแลทางการแพทย์ด้วย พูดคุยกับ DSO ที่โรงเรียนที่ลูกจะเข้าเรียนเพื่อหาวิธีที่ดีที่สุดในการดำเนินการเพื่อความปลอดภัยของนักเรียน
  • ให้แน่ใจว่าโรงเรียนจะให้การดูแลอย่างครอบคลุมในนามของเด็ก DSOs ควรสามารถติดต่อได้ตลอดเวลาในช่วงเวลาเรียน โรงเรียนควรให้ข้อมูลติดต่อฉุกเฉินสำหรับช่วงเวลานอกเวลาเรียน
  • ให้แน่ใจว่าลูกของคุณมีเงินทุนเพียงพอในการใช้จ่ายระหว่างเรียน ซึ่งเป็นข้อกำหนดอย่างเป็นทางการตามกฎระเบียบในการมาเรียนในสหรัฐฯ

นักเรียนควรมีข้อมูลเฉพาะ เช่น เบอร์ โทรศัพท์มือถือ ในการขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือการได้รับการรักษาทางการแพทย์หากจำเป็น

 

การเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา

การเดินทางมาสู่สหรัฐอเมริกาต้องทำขั้นตอนที่จำเป็นอยู่หลายอย่างดังนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ ที่จะเตรียมตัวเมื่อมาถึงยังอเมริกา

 

จ่ายค่า I-901 SEVIS Fee

หลังจากที่ได้รับแบบฟอร์ม I-20 แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการชำระค่าธรรมเนียม I-901 SEVIS Fee กฎระเบียบกำหนดให้นักเรียนนานาชาติทุกคนจ่ายค่าธรรมเนียมนี้ก่อนที่จะออกวีซ่าให้กับนักเรียน เก็บใบเสร็จการชำระค่าธรรมเนียม I-901 SEVIS Fee ไว้ให้ดี และตรวจสอบให้แน่ใจว่าหมายเลข ID ของระบบข้อมูลนักเรียนและนักเรียนแลกเปลี่ยน (SEVIS) บนใบเสร็จเงินชำระค่าธรรมเนียมตรงกับหมายเลข ID SEVIS ที่ปรากฏบนแบบฟอร์ม I-20 ของคุณ หากหมายเลข SEVIS ID ในเอกสารสองชนิดนี้ไม่ตรงกันหรือมีปัญหาอื่นในกระบวนการ กรุณาติดต่อ SEVP

 

ขั้นตอนการสมัครวีซ่า

หลังจากได้รับการตอบรับเข้าศึกษาในโรงเรียนที่ได้รับการรับรองจาก SEVP และได้รับใบเสร็จการชำระค่าธรรมเนียม I-901 SEVIS Fee นักเรียนก็สามารถยื่นขอวีซ่าที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของสหรัฐฯได้

หลังจากได้รับวีซ่าแล้ว ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้รับวีซ่าประเภทที่ถูกต้อง (F-1) และชื่อและวันเกิดตรงกับข้อมูลในหนังสือเดินทางข วีซ่านักศึกษาไม่ใช่ว่าจะรับประกันว่าจะเข้าประเทศได้ แต่อนุญาตให้ถึงพอร์ตจุดตมเข้าประเทศ (ซึ่งอันนี้เพิ่มเติมคือ เจ้าหน้าที่ตมยังมีอำนาจในการพิจาณาที่ปลายทางอีกทีว่าจะให้เข้าได้หรือไม่)

โปรดจำไว้ว่าหากวางแผนที่จะเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายของรัฐในสหรัฐฯ ต้องชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดแบบที่ไม่ได้รับการสนับสนุนหรือสปอนเซอร์ ก่อนที่จะยื่นคำขอวีซ่าสหรัฐฯ หลังจากที่ทำการชำระเงินเสร็จสิ้นแล้ว แน่ใจว่า DSO จะให้หลักฐานการชำระเงินที่จำเป็น เพราะต้องใช้หลักฐานเหล่านี้ทั้งในการสัมภาษณ์วีซ่า เมื่อยื่นคำขอเข้าสู่สหรัฐฯ และที่สนามบินตรวจคนเข้าเมือง หรือท่าเช็คอินของสหรัฐฯเมื่อ มาถึงประเทศ 

 

เมื่อมาถึงยังสหรัฐ

นักเรียนสามารถเข้าสู่สหรัฐฯได้ก่อนวันเริ่มโปรแกรมที่ระบุในแบบฟอร์ม I-20 ได้สูงสุด 30 วัน เมื่อมาถึงสหรัฐฯ จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง U. S. Customs and Border Patrol (CBP) ที่เป็นบุคคลที่มีอำนาจในการพิจารณาอนุญาตหรือปฏิเสธในการเข้าประเทศ ดังนั้นนักเรียนจะต้องเตรียมเอกสารแบบฟอร์มให้พร้อม คือ I-20 หน้าวีซ่า พาสปอร์ต และจดหมายตอบรับของโรงเรียนที่ได้รับการรับรองจาก SEVP อาจจะติดหลักฐานการทางการเงินพวก Bank Statements  ชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่โรงเรียน DSO ไว้เผื่อด้วยก็ได้ และควรเก็บเอกสารเหล่านี้ขึ้นเครื่องติดมือ เนื่องจากถ้าเอาโหลดลงเครื่องจะไม่สามารถเช็คอินกระเป๋าได้ในขั้นตอนตมนี้ ก็คือต้อง carry ขึ้นเครื่องติดมือไปทั้งหมด

เจ้าหน้าที่ CBP อาจจะตรวจสอบรอบสอง หรือ ทำการสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ เพื่อพิจารณษว่าจะให้เข้าอเมริกาหรือไม่ หากไม่มีเอกสารทั้งหมด หรือยืนยันเจ้าหน้าที่ในข้อมูลที่เค้าต้องการ ซึ่งเป็นสาเหตุในการปฏิเสธเข้าประเทศได้ หรือ เจ้าหน้าที่อาจจะออกจดหมายฟอร์ม I-515A, เรียกว่า Notice to Student or Exchange Visitor ซึ่งหากได้ฟอร์มนี้ นักเรียนจะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ DSO ของโรงเรียนภายใน 30 วัน

 

รับฟอร์มI-94

เมื่อเจ้าหน้าที่ CBP ประทับตราอนุญาตให้เข้าประเทศได้ และจะออกแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ I-94 "Arrival and Departure Record" ฟอร์ม I-94 จะมีข้อมูลเกี่ยวกับวันที่ได้รับอนุญาตเข้าประเทศ สถานะที่ต้องรักษา (F-1) และระยะเวลาที่สามารถอยู่ในสหรัฐฯ เจ้าหน้าที่ CBP จะแจ้งให้ทราบว่าที่จะเอาฟอร์ม I-94 อิเล็กทรอนิกส์ได้ที่ไหน หลังจากนั้นนักเรียนควรตรวจสอบข้อมูลว่าวันที่ "Admit Until" ในฟอร์ม I-94 และตราประทับการเข้าในพาสปอร์ตของระบุ "D/S" (ซึ่งหมายถึง Duration of Status) และไม่ใช่วันที่เฉพาะ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟอร์ม I-94 และกระบวนการเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ เยี่ยมชมเว็บไซต์ของ CBP CBP website

 

ระหว่างศึกษาเล่าเรียน

ระหว่างที่ศึกษาเล่าเรียนยังสหรัฐอเมริกา สำคัญที่สุดที่นักเรียนจะต้องรักษาสถานะของการเรียนซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ และเหตุผลหลักในการเข้าประเทศอเมริกา  ในฐานะวีซ่านักเรียน F-1 หน้าที่หลักสำคัญคือเรียนให้จบหลักสูตรกับสถาบันที่ได้รับการรับรอง SEVP

นั่นหมายความว่านักเรียนต้องไม่ดำเนินการใด ๆ ที่มิใช่เพื่อให้เป็นอุปสรรคขัดขวางจุดประสงค์ของการศึกษาเล่าเรียน และจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในสหรัฐฯ

 

ลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรเต็มเวลา Full time study

กฎคือนักเรียนต้องตรงลงทะเบียนเรียนตามจำนวนชั่วโมงขั้นต่ำต่อสัปดาห์ที่โรงเรียนที่ได้รับการรับรองจาก SEVP ในกรณีไม่ทราบว่าแต่ละโรงเรียนมีข้อกำหนดชั่วโมงเท่าไหร่ ให้ติดต่อ DSO ของโรงเรียนเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้อง

 

เข้าเรียนและสอบผ่านตามเกณฑ์ข้อกำหนด

เข้าเรียนในชั้นเรียนทุกครั้งและรักษาสถานะทางการเรียนอยู่ในระดับปกติ อย่ายกเลิกชั้นเรียนโดยไม่ได้คุยกับ DSO ก่อน หากกรณีรู้สึกว่าเรียนมีความยากลำบากเกินไป คุยกับ DSO โดยทันทีเพื่อหาทางออกที่เหมาะสม  กรณีคิดว่าจะไม่สามารถเรียนจบโปรแกรมการศึกษาภายในวันสิ้นสุดที่ระบุในแบบฟอร์ม I-20 ของคุณ คุยกับ DSO เพื่อขอต่ออายุโปรแกรมได้

 

การหยุดพักเบรกประจำปี

นักเรียนหยุดพักประจำปีได้ หลังจากที่ได้เรียนจบตามปฏิทินการศึกษากับโรงเรียนที่ได้รับการรับรองจาก SEVP และต่อมาทุก ๆ ปีหลังจากนั้น หากรักษาสถานะและลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาที่ตามมาหลังจากการพักผ่อนประจำปี ต้องปรึกษากับ DSO เพื่อทราบว่ามีสิทธิ์ไปตั้งแต่ไหนถึงไหนในการลา พักผ่อนประจำปี

 

การโอนย้ายไปโรงเรียนอื่น ๆ  SEVP-Certified School

หากเป็นนักเรียนระดับ K-12 ที่เรียนในโรงเรียนเอกชนระดับ K-12 สามารถย้ายเข้าโรงเรียนเอกชนระดับ K-12 ใหม่ได้ตามต้องการ  แต่ถ้าเป็น นักเรียน F-1 ที่เรียนในโรงเรียนมัธยมรัฐจะได้รับอนุญาตให้ศึกษาในโรงเรียนรัฐเป็นระยะเวลาสูงสุด 12 เดือนเท่านั้น ระยะเวลานี้รวมถึงการเรียนในโรงเรียนมัธยมรัฐทั้งหมดที่เคยเรียน ซึ่งหมายความว่าไม่สามารถใช้เวลาปีเต็มในโรงเรียนมัธยมรัฐหนึ่งแห่ง แล้วย้ายไปโรงเรียนมัธยมรัฐอีกแห่งหนึ่งได้

อย่างไรก็ตาม สามารถย้ายไปโรงเรียนเอกชนที่ได้รับการรับรองจาก SEVP เพื่อดำเนินการศึกษาไปสู่การได้รับปริญญาต่อได้

ก่อนที่จะเริ่มดำเนินการย้ายโรงเรียน จะต้องยื่นสมัครและได้รับการยอมรับจากโรงเรียนเอกชนที่ได้รับการรับรองจาก SEVP อีกครั้ง หากต้องการย้ายโรงเรียน กรุณาสนทนากับ DSO ขอคำแนะนำสำหรับการย้ายไปโรงเรียนอื่นโดยนักเรียน F-1 ที่หน้าเว็บ Instructions for Transferring to Another School as an F-1 Student   Instructions for Transferring to Another School as an F-1 Student 

 

สิทธิประโยชน์ที่ได้รับของนักเรียนในสหรัฐอเมริกา

ขณะที่ศึกษาในสหรัฐอเมริกา นักเรียนสามารถยื่นขอรับประโยชน์บางประการได้ ประโยชน์เหล่านี้ไม่ได้รับอนุญาตโดย SEVP และนักเรียนต้องยื่นขอจากหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐโดยตรงเพื่อรับประโยชน์เหล่านี้ เช่น

 

การขอใบอนุญาตขับขี่

ขณะที่ศึกษาเล่าเรียนที่อเมริกา นักเรียนมีสิทธิประโยชน์เฉพาะบางประการ เช่น การขอใบขับขี่ซึ่งแน่นอนเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายหากขับรถแล้วไม่มีใบขับขี่  แต่นักเรียน F-1 มีสิทธิ์ในการยื่นขอใบอนุญาตขับขี่ในรัฐที่พวกอาศัยอยู่ กฎของการได้รับใบอนุญาตขับขี่แตกต่างกันไปตามรัฐและมีข้อกำหนดอายุที่เข้มงวด (ในส่วนใหญ่ของรัฐ อายุขั้นต่ำสำหรับการขับขี่โดยไม่มีคนติดตามคือ 16 ปี) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการนี้ กรุณาพูดคุยกับ DSO และเยี่ยมชมหน้า Apply for A Driver’s LicenseApply for A Driver’s License
 

การทำงานในสหรัฐอเมริกา

นักเรียนระดับ K-12 มีโอกาสหางานทำน้อยในระหว่างการศึกษาในสหรัฐอเมริกา รัฐหลายแห่งมีข้อกำหนดเกี่ยวกับอายุที่เข้มงวดสำหรับเด็กที่ยังไม่ถึงอายุ 18 ปีเมื่อต้องเริ่มทำงานเพื่อหารายได้ อย่างไรก็ตาม นักเรียนที่ได้รับรายได้จากการทำงานจะต้องยื่นขอหมายเลขประจำ (Social Security number, SSN)  apply for a Social Security number (SSN)

หากภายในโรงเรียน มีตำแหน่งในการทำงานภายในมหาวิทยาลัย (on-campus employment) ปรึกษา DSO เพื่อทราบว่าสามารถเข้าร่วมได้หรือไม่ หากได้รับรายได้ที่ไม่ใช่จากการทำงาน (non-wage income) ขณะอยู่ในสหรัฐอเมริกา (เช่น ทุนการศึกษา, ทุนการศึกษา, ดอกเบี้ยจากหุ้น) ไม่มีสิทธิ์ในการขอ SSN เนื่องจากไม่ได้รับรายได้จากการทำงาน แต่ ต้องยื่นขอหมายเลขผู้เสียภาษีเป็นบุคคลธรรมดา (Individual Taxpayer Identification Number) Individual Taxpayer Identification Number.

 

การเปลี่ยนแปลงสถานะ

หากต้องการเปลี่ยนสถานะวัตถุประสงค์ของการเข้าในสหรัฐอเมริกา ต้องยื่นคำขอกับ U.S. Citizenship and Immigration Services (USCIS) ด้วยแบบฟอร์มที่เหมาะสมก่อนที่สถานะวีซ่าเดิมจะหมดอายุ USCIS แนะนำให้ยื่นคำขอทันทีเมื่อรู้กำหนดว่าต้องการเปลี่ยนเป็นหมวดหมู่ nonimmigrant อื่น ๆ หาก USCIS ปฏิเสธคำขอ  แน่นอนว่าต้องเตรียมพร้อมที่จะออกจากสหรัฐอเมริกาเมื่อสถานะปัจจุบันของคุณหมดอายุ เพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูล คำขอเปลี่ยนสถานะ Change of Status 

 

ออกจากสหรัฐ

หากนักเรียนสำเร็จการศึกษาแล้ว นักเรียนจะได้รับระยะเวลาพักการสำเร็จการศึกษาอยู่ 60 วันเพื่อเดินทางออกจากสหรัฐอเมริกา หากไม่ออกจากประเทศภายในช่วงเวลานี้ อาจส่งผลกระทบต่อวีซ่าในการขอเข้าสหรัฐอีกครั้งไม่ว่าจะหมวดประเภท nonimmigrant หรือ immigrant อื่น ๆ

แต่กรณีหากเป็นนักเรียนที่จบชั้นมัธยมปลายและต้องการเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองจาก SEVP (เช่น มหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัย) เพื่อดำเนินการศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกา ให้พูดคุยกับ DSO เพื่อโอนบัญชี SEVIS ไปยังสถาบันใหม่และขอรับ Form I-20 ใหม่

 

 

The Lion Academy of International Studies

 

B Floor, Fashion Island Shopping Mall, Island Academy Zone, Ramintra Road, Bangkok 10230

Working hours Tuesdays – Fridays 10.00 am -19.00 pm Saturdays - Sundays 10.00 am -18.00 pm.

The Lion Academy of International Studies

Lion Academy  คือศูนย์วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ เรียนต่ออังกฤษ เรียนต่ออเมริกา เรียนต่อออสเตรเลีย เรียนต่อนิวซีแลนด์ เรียนต่อแคนาดา หากมองหา ที่ปรีกษาในการเรียนต่อต่างประเทศ เราพร้อมให้คำปรึกษาฟรีทุกขั้นตอนตั้งแต่การเลือกสถาบันการศึกษาที่เหมาะสมกับความต้องการ และความสามารถของนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนภาษาระยะสั้นไปจนถึงระดับปริญญาเพื่อต่อยอดอนาคตของท่าน

ฟรี! ให้คำปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศ แนะแนวทางการเรียนต่อต่างประเทศ  สนใจเรียนต่อต่างประเทศติดต่อมาที 

The Lion Academy เราพร้อมให้ข้อมูลคุณ หรือ ใส่ข้อมูลติดต่อเบื้องต้นเพียงเล็กน้อยที่ฟอร์มด้านล่าง เราจะรีบติดต่อกลับโดยเร็วทึ่สุด..

***หลังจากกดส่งแล้ว รบกวนรอ 5 วินาที ในการส่งนะคะ

ช่องทางการติดต่อเพิ่มเติม

หรือลูกค้าสามารถติดต่อเราผ่านทาง LINE ID เพียงคลิ๊กที่ลิงค์ด้านล่างได้เลยค่ะ...!

Tel. 02-074-9020 , Mobile 097-080-5659