LAIS ศูนย์วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ ซัมเมอร์แคมป์ อังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา เยอรมัน ทุกระดับชั้นเรียน

สำหรับเนื้อหานี้เป็นการแนะนำให้นักเรียนที่สนใจเรียนต่อปริญญาเอกในการค้นคว้าหาข้อมูล Supervisor ต่อไป อย่างที่เคยกล่าวมาแล้วในหน้าเรียนต่อปริญญาเอก นักเรียนที่มาถามเรื่องเรียนต่อปริญญาเอกส่วนใหญ่จะยังไม่มี Proposal หากจะเรียนปริญญาเอก อย่างน้อยมีประสบการณ์ในการทำวิทยานิพนธ์มาบ้างแล้ว

 

Supervisor

 

จะพอเข้าใจในการทำ Proposal นักเรียนก็จะถามต่อว่าแล้วจะหาซุปอย่างไร ดังนั้นการสมัครเรียนปริญญาเอกจึงต่างจาก ปริญญาตรี โท ที่เราเข้าสู่ระบบ Admission ก่อน ส่งเอกสารพิจารณาจากเกรด ได้ไม่ได้ผลก็จะออกมาไม่เกิน 4-6 สัปดาห์เป็นต้น แต่ขั้นตอนของปริญญาเอก กลับกัน คือการสมัครเรียนจะเป็นขั้นตอนสุดท้าย หลังจากที่เราต้องติดต่อหา Supervisor ลงตัวเป็นที่เรียบร้อย ซุปดูแล้วงานวิจัยหัวข้อที่เราจะทำนั้น เค้าสนใจและสามารถให้คำแนะนำเราได้

 

การค้นหา Supervisor จะว่าไปแล้วไม่ได้มีหลักเกณฑ์ซับซ้อนอะไร

  • Google Search ค้นและตามแกะรอยอาจารย์ อันนี้เราพูดกันแบบง่าย ๆ ว่านักเรียนต้องสืบค้นและแกะรอยเรื่องนั้น ๆเช่น ค้นหาง่าย ๆ จาก Keywords หัวข้อที่เราอยากทำนั้นสัมพันธ์กับเรื่องอะไร สมมุตเราต้องการทำวิจัยด้าน Marketing ซึ่ง Keywords จะมี market segmentation, services marketing, customer insight, customer analytics, ลองกูเกิลดูจะเจอขึ้นมาเยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะเป็น Journal งานที่ Publications ใครเป็นคนเขียน ก็แกะรอยตามดู ประวัติคนเขียน เรียนจบที่ไหน ประวัติการทำงาน ซึ่งเราก็จะเห็นได้และสามารถสืบเสาะข้อมูลไปได้เรื่อย ๆ
  • University Website ในเว๊ปของมหาวิทยาลัย ล้วนแล้วแต่มีหัวข้อ Course ไล่ลงมา ก็เค้าไปหา Research เป็นต้น เราก็จะเห็นว่ามีงานวิจัยอะไรบ้างที่ทำ ส่วนใหญ่จะมี Key Staff ซึ่งนักเรียนสามารถเข้าไปอ่านข้อมูลของอาจารย์นั้น ๆ ได้ไม่ยาก ประวัติอาจารย์ อาจารย์เคยมีผลงานด้านวิจัยด้านไหน สนใจอะไร อีเมล์ติดต่ออะไร นักเรียนก็สามารถดูได้ว่าอาจารย์ท่านนั้นมีหัวข้อที่อยู่ในความเชี่ยวชาญเรื่องนั้นๆ และตรงกับเราหรือไม่ อาจจะไม่ตรงเสียทีเดียวก็สามารถสอบถามไปได้

ย้ำปัญหาที่พบบ่อยคือ นักเรียนไม่ได้รับการติดต่อกลับจากอาจารย์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เพราะว่านักเรียนเองยังไม่มี Proposal นั้นเอง ซึ่งก็ไม่แปลกที่อาจารย์จะไม่ได้ตอบอีเมล์กลับมา การที่เราจะติดต่อให้ได้ผลที่ดี นักเรียนควรพร้อมเตรียมข้อมูลที่ดีในระดับหนึ่ง หมายถึงแบบขัดเกลาให้พร้อมแล้วก่อนติดต่ออาจารย์ให้เป็นซุป ไม่ใช่อยู่ในขั้นตอนแบบว่า เออ... อืมมม...ไม่รู้ทำอะไร ไม่แน่ใจว่าหัวข้ออะไร ซึ่งเรามองว่าไปเสียเวลาอาจารย์ท่านไปเปล่าประโยชน์

  • ศิษย์เก่าของสถาบันเดิม ในกรณีที่บางคนอาจจะจบ ปริญญาโท แล้วได้รู้จักอาจารย์ที่ปรึกษามาก่อน วิธีนี้ก็ถือว่าง่ายและสะดวก ว่าง่ายๆ ทางลัดกว่าอื่น ๆ เนื่องจากมีคอนเนคชั่นเดิมอยู่ อาจารย์คนที่เป็นซุปให้เราในช่วงปริญญาโท ก็อาจจะมีคำแนะนำต่อได้ เพราะว่าปัญหาส่วนใหญ่คือการส่งเอกสารหรือ Proposal ไปบางที่อาจารย์ก็ไม่ได้ตอบเมล์ หรือตอบช้า หรือกว่าจะตอบรู้ตัวอีกทีก็ไม่รับเสียแล้วเนื่องจาก Proposal อาจจะไม่แข็งแรงพอ ซึ่งวิธีการเรียนต่อที่เดิมหากหัวข้อวิจัยนั้นอาจารย์สนใจก็ถือว่าสะดวกและลดขั้นตอนไปได้เยอะพอควรเลยทีเดียว แต่ถ้าเปลี่ยนสถาบัน เปลี่ยนประเทศก็กลับไปดูขั้นตอนที่แนะนำข้างบน

 

สรุปคำถามแรกในใจก่อนในการเรียนต่อปริญญาเอก คือ มีหัวข้อวิจัยทำ Proposal เสร็จแล้วหรือยัง หากยังก็เหมือนเราอยู่เกียร์ว่าง จะใส่เกียร์ 1 ต่อไปก็ลำบาก ไปไม่ถูก ไม่รู้ว่าหัวข้อนั้นเกี่ยวกับเรื่องอะไร ที่ไหนเชี่ยวชาญอะไร Area of Interest คืออะไร ดังนั้นควรมีหัวข้อวิจัยทำให้เสร็จก่อน 2000-3500 คำเพื่อค้นหาซุปจะดีที่สุด ส่วนจะมาปรับมาแก้อะไรอย่างไรจะได้นำมาปรับปรุงได้ ดังนั้นหากจะต้องการซุปเรียนต่อปริญญาเอก อันดับแรกก็คือการทำ proposal ให้เสร็จเสียก่อนนั้นเอง

 

โครงส่วนของ Research Proposal ควรมีอะไรบ้าง?

จริงแล้วเราเคยแนะนำหนังสือไปในเนื้อหานี้เราอธิบายคร่าว และยกตัวอย่างเพื่อแบ่งปันความรู้

ความยาวเนื้อหาใน Proposal เราก็อยู่ราว 2000-3500 คำก็ถือว่าอย่างย่อที่จะช่วยให้ซุปได้เห็นคร่าว ๆ

 โครงสร้างควรมีอะไรบ้าง?

  • Title: ต้องชัดเจน กระจับ ว่าเป็นอะไร

ยกตัวอย่างของผลงานอาจารย์ Dr Paul Baines

 

Segmentation and Customer Insight in Contemporary Services Marketing Practice: Why Grouping Customers Is No Longer Enough

  • Research Overview
  • Research Context
  • Research Methods
  • Time Schedule
  • References

เรียนต่อปริญญาเอก นักเรียนหลาย ๆ คนที่กำลังวางแผนเรียนต่อระดับปริญญาเอก เคยส่งสัยกันมั้ยว่าบางครั้งการตอบรับเข้าระดับปริญญาเอกมีกลไกความยากพอสมควร นอกจากการทำ Proposal และเลือก Supervisor

ให้ตรงกับหัวข้อเรื่องของเราแล้ว แล้วการเรียนในระดับนี้มีระดับกันอย่างไร ลองมาดูความแตกต่างของวุฒิทางวิจัยมีอะไรบ้าง และอะไรเหมาะสมกับเรามากที่สุด

 

MRes (Master of Research) เป็นหลักสูตรการวิจัยระดับสูงในสาขาวิชาเฉพาะ หลักสูตร MRes มักจะรวมถึงการฝึกอบรมการวิจัย และโอกาสในการเขียนวิทยานิพนธ์ที่สั้นกว่า ซึ่งที่เป็นวุฒิการศึกษาเป็นประโยชน์อย่างมาก ที่ช่วยให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ในการทำวิจัย

 

MPhil (Master of Philosophy) เป็นหลักสูตรการวิจัยระดับสูง ที่มีส่วนผสมระหว่างการสอนและการทำวิจัย (MA, MSc, LLM, MRes) และปริญญาเอกแบบเต็ม โดยทั่วไปแล้วจะต้องมีการวิจัยต้นฉบับและการส่งวิทยานิพนธ์

 

An Integrated PhD เป็นวุฒิ PhD ที่ผสมผสานการเรียนก่อนในช่วง 1-2 ปีแรก พร้อมทำวิจัยที่สั้นกว่า โปรแกรมนี้เหมาะกับนักเรียนอาจจะไม่ได้จบปริญญาโทมาตรงสาขา หรือ ปริญญาโทที่ไม่ได้สอนเป็นภาษาอังกฤษมา ก็อาจจะเรียนโปรแกรมนี้เพื่อสร้างความคุ้นเคยสร้างประสบการณ์ในการทำวิจัย

 

A PhD (Doctor of Philosophy) ถือว่าเป็นวุฒิปริญญาเอกที่เต็มรูปแบบ ทำการวิจัยจาก original research และวิทยานิพนธ์จำนวน 6 หมื่น ถึง 1 แสนคำ และสามารถทำการสอบปากเปล่าที่เป็นทางการได้เป็นลำดับ

 

Practice-based research สำหรับการวิจัยนี้จะนักเรียนจะได้มีโอกาสทำงานควบคู่ร่วมไปกับวิจัยนั้นเอง

 

https://www.laisinterstudy.com/guide/study/เรียนต่อปริญญาเอก