LAIS ศูนย์วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ ซัมเมอร์แคมป์ อังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา เยอรมัน ทุกระดับชั้นเรียน

ป้ายปล่อยให้เช่า ที่อังกฤษ มีความหมายแตกต่างกันอย่างไร? หากเดินตามถนนหนทางในกรุงลอนดอน หรือทั่วไป จะคุ้นตาป้ายหน้าบ้านที่ปักเอาไว้อยู่มากมาย

 

Estate Agency

 

นั่นคือเจ้าของปล่อยบ้านหลังนั้นสู่ตลาด ไม่ว่าจะเช่า หรือ ขาย สำหรับการเช่า จะมีคำบ่งบอกในป้ายทั่วไปที่เห็นได้บ่อยๆ คือ

  • Let and Managed: หากเห็นคำนี้ หมายถึง การปล่อยเช่า และมีการบริหารจัดการดูแลโดย เอเจนซี่บริษัทนั้น ๆ เช่น บิลชำระค่าบ้าน, น้ำไม่ไหล, ระบบแก๊ส ง่ายๆ คือ พวก งานบำรุงรักษาต่างๆ สามารถแจ้งบริษัทเอเจนซี่เพื่อเข้ามาดูแล จัดการ ซึ่งเจ้าของบ้าน หรือ (Landlord) จะไม่ได้เข้ามาจัดการ

 

 estate agency 1

 

  • Let Only: หากมีคำนี้ นั่นหมายถึง เจ้าของบ้านให้เอเจนซี่ แค่ทำการตลาดในการปล่อยเช่าให้ ส่วนการจัดการ บำรุง ซ่อมแซม ต้องดิวกับเจ้าของบ้านโดยตรง

 

estate agency 3

 

ซึ่งหากนักเรียนที่ต้องการเช่าบ้านเอง แนะนำให้เลือกแบบแรก โดยการผ่านบริษัทเอเจนซี่ที่มีบริหารจัดการหลังเช่าด้วย จะดีกว่า ไม่ว่าจะในแง่ของการดูแล และมีคนกลางคตรวจสอบกฎหมายคุ้มครอง การดูแลโดยเจ้าของบ้านโดยตรงมีข้อเสียเปรียบหลายอย่าง เช่น การเรียกเงินมัดจำคืน, การบำรุงรักษาดูการระบบในบ้านที่อาจจะไม่รวดเร็วทันใจ, ปัญหาข้อขัดแย้งที่ไม่มีตัวกลางในการควบคุม, สัญญาเอกสารต่างๆ

ดังนั้นการมีเอเจนซี่บ้านในการบริหารการจัดการบิล การดูแลงานระบบ หรือ คุ้มครองเงินมัดจำ ถือว่ามีความสะดวก และปลอดภัยโปร่งใส ในการจัดการกว่านั่นเองครับ ยิ่งหากเราเป็นนักเรียนไปใหม่ๆ บางที่เจอเจ้าของบ้านหัวหมอนี้ เหนื่อยเลย เอาเวลาจัดการแบบนี้ให้บริษัททำดีกว่าครับ

  • Let Agreed: ถ้ามีการติดป้ายนี้ ก็แสดงว่า ห้องเช่า หรือบ้านหลังนี้มีการดิวเช่า หรือ ตกลงกันเรียบร้อย
  • A Break Clause: ในการทำสัญญา บางครั้งเราก็สามารถจะเจรจากับแลนด์ลอร์ด ในการจบสัญญาก่อนสัญญาเช่าสิ้นสุดในระยะเวลาที่กำหนด เช่น สมมุตว่านักเรียนทำสัญญาเช่า 1 ปี แต่ทั้งผู้เช่าหรือเจ้าของบ้านอาจจะมีข้อกำหนดว่า สามารถยุติการเช่า เช่น เช่าไปสักเดือนที่ 5 ก็บอกผู้ให้เช่าล่วงหน้าตกลงอยู่ทั้งหมด 6 เดือนนะ และขอยุติการเช่า เป็นการเช่าอยู่จริงหกเดือน แต่ถ้าจะเช่าต่อให้ครบหนึ่งปีก็ได้ เพราะว่าสัญญาระบุการเช่าหนึ่งปี ซึ่งก็แล้วแต่ข้อตกลง
  • A Cooling off period ผู้เช่าหลายคนยังอาจจะมีความเข้าใจผิดว่าหากเราไม่ได้อยู่อาศัยบ้านพักเป็นระยะเวลาหนึ่ง แล้วต้องการเวปค่าเช่าในช่วงที่เราไม่อยู่ ซึ่งจริง ๆ แล้วโดยส่วนใหญ่ การเช่าบ้านนั้นก็ยังต้องจ่ายค่าเช่าปกติ การของดค่าเช่าช่วงเวลาหนึ่ง จะใช้ศัพท์ตัวนี้
  • pw/pcm ถ้าเห็นราคาปรากฎแล้วตามหลังด้วยคำนี้ย่อมาจาก ราคา Per week หรือ Per Calendar Month การคิดราคาค่าเช่า จะคิดเป็นสัปดาห์ ในหนึ่งปีมี 52 สัปดาห์ สมมติว่าเราเห็นราคาต่อสัปดาห์แจ้งว่า สัปดาห์ละ 330 ปอนด์ต่อวีค เวลาคิดต่อเดือนเราต้องคิดสูตร 330*52 (หนึ่งปี) แล้วหารด้วย 12 = ก็จะต้องจ่ายบิลต่อเดือนที่ 1430 ปอนด์ บางคนสับสนเจอบิลแล้วเข้าใจว่า 330*4 จ่าย 1320 ซึ่งอันหลังจะผิดครับ ต้องคำนวนด้วยการคูณที่ 52 สัปดาห์
  • EPC: Energy Performance Certificate เป็นใบผลค่าพลังงานว่าในบ้านหลังนั้นมีประสิทธิภาพอย่างไร ตัวเลขดังกล่าวจะบอกได้ว่าประหยัดไฟ หรือพลังงานได้มากน้อยเท่าไหร่

estate agency 2

  • Inventory Check เป็นส่วนสำคัญอย่างมากต่อการได้เงินค่ามัดจำคืน บริษัทเอเจนซี่จะมีรายงานข้าวของเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ตรวจสอบว่ามีกี่ชิ้น กี่อัน คือการตรวจสภาพห้องก่อนการย้าย เพื่อยืนยันว่าผู้เช่าจะรักษาสภาพของใช้เหมือนก่อนเข้าอยู่ ก็จะมีลิสท์รายการว่ามีอะไร กี่ชิ้น สภาพเป็นอย่างไร มีการถ่ายรูปเพื่อเป็นรักษาฐานไว้ ดังนั้นเมื่อนักเรียนไปเช่า ก็ควรแจ้งเลยว่าหากเห็นอะไรชำรุดเสียหายก่อนเข้าย้าย เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาตอนย้ายออก

***ตรวจสอบ พวกพรมต่าง ๆ รื้อดูว่ามีความชื้น หรือ รา หรือไม่ เรื่องความชื้นเป็นปัญหาที่พบได้มาก และนักเรียนอาจจะไม่ได้ระวังจุดนี้ เนื่องจากเรามาจากประเทศที่ร้อน***

 

ทิปเล็ก ๆ ในการหาบ้านเช่าอังกฤษ

1. เลือกเขตที่อยู่อาศัยที่ชอบ ควรจะศึกษาเฉพาะเจาะจงเขตที่อยู่อาศัยที่ต้องการอยู่ และลิสต์ที่สิ่งที่สำคัญที่สุดว่าต้องการอะไรมากสุดเมื่อเข้าอยู่ ไม่ว่าจะเป็น การคมนาคม ร้านค้า ใกล้โรงเรียน ลิสต์รายการสิ่งที่ต้องมี หรือ สิ่งดีที่อยากได้ แนะนำควรใช้บริการตัวแทนท้องถิ่นที่ลงทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย หรือ ที่เรียกว่า Estate Agents

 

2. ปรึกษาบริษัทตัวแทนท้องถิ่น
ดูว่าในเขตที่เราพักอาศัย มีบริษัทตัวแทนที่ไหนมีประเภทของที่พักที่อยากได้ ติดต่อตัวแทนเพื่อให้ลงทะเบียนไว้ว่าต้องการบ้านเช่าประเภทไหน งบประมาณเท่าไหร่ ย้ายเข้าอยู่เมื่อไหร่ ที่พักในต่างประเทศมีการแข่งขันการสูง ดังนั้น การตัดสินใจจะมีเร็วช้าอาจจะมีผลในการเช่าบ้านพักนั้นได้

 

3. นัดหมายเข้าชม
ระหว่างการหาที่พัก ควรมีความยืดหยุ่นเรื่องเวลาเพื่อทำการเข้าชม เนื่องจากบางครั้งที่พักที่เราชอบ อาจมีการเข้าเยี่ยมชมจากหลากหลายลูกค้าและมีความต้องการสูง เมื่อเข้าเยี่ยมชม หากมีความประสงค์อะไรเพิ่มเติมในบ้าน ควรบอกกับตัวแทน อะไรที่ต้องการเพิ่ม อะไรต้องการให้ปรับปรุง ตัวแทนจะมีหน้าที่ไปเจรจากับเจ้าของบ้านให้ ขึ้นอยู่กับข้อตกลง ควรทำการตกลงสัญญา เพราะหากข้อหลังจากการตกลง จะเป็นการยากในการเจรจา และอาจจะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น

 

4. ค่าธรรมเนียม
ผู้เช่าจะต้องมีการจ่ายค่ามัดจำขึ้นอยู่กับเงื่อนไข และมีค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้กับบริษัทตัวแทน ในการร่างสัญญา บุคคลค้ำประกัน และค่าธรรมเนียมอื่นเล็กน้อยตามมาซึ่งจะระบุในสัญญา ไม่ว่าจะเป็นค่าต่อสัญญา ค่าตรวจสอบที่พัก ตอนย้ายเข้า หรือ ออก ซึ่งจะระบุในสัญญา ดังนั้นควรศึกษาในสัญญาข้อตกลงต่างด้วย

 

5. การย้ายออก
หากบ้านเช่าในการทำความสะอาดเรียบร้อยก่อนเข้าพัก เมื่อทำการย้ายออกผู้เช่าบ้านควรต้องรักษาและทำความสะอาดให้เหมือนเดิม และรักษาสภาพบ้านให้เหมือนเดิม ไม่อย่างนั้นค่ามัดจำอาจจะถูกยึด เพื่อป้องกันเหตุการดังกล่าว เมื่อตอนย้ายออก ควรรักษาสภาพบ้านพักให้เหมือนเดิม

 

***ข้อแนะนำว่าสำหรับนักเรียนต่างชาติควรระมัดระวังในการเลือกที่พักอาศัย โดยยึดหลักความน่าเชื่อถือ การจองเวปทั่วไปทีไม่ได้รับการรับรองบางครั้งการเจอสวมรอยไม่ใช่เจ้าของบ้านที่แท้จริง ควรมีการตรวจสอบให้ดีก่อน การใช้บริการตัวแทนที่น่าเชื่อถือก็จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้เช่นกัน*** 

 

หากนักเรียนที่ต้องการหาบ้านเช่าผ่านเอเจนซี่ (Estate Agent) สามารถปรึกษาทีมงานเดอะไลอ้อนเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมได้