LAIS ศูนย์วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ ซัมเมอร์แคมป์ อังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา เยอรมัน ทุกระดับชั้นเรียน

Header4

เรียนต่อมหาวิทยาลัยที่อเมริกา เรียนต่อมหาวิทยาลัย Carniegie Melon University

เป็นความภูมิใจส่วนหนึ่งที่ได้มีชื่อมหาวิทยาลัยดังระดับโลกในเว๊ปไซต์ของเรา หากเอ่ยชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยนี้ในแวดวงการศึกษาแล้วละก็ นื้คือหนึ่งในมหาวิทยาลัยชื่อเสียงระดับโลกจริงๆ

  1. ABOUT
  2. MAP

เป็นความภูมิใจส่วนหนึ่งที่ได้มีชื่อมหาวิทยาลัยดังระดับโลกในเว๊ปไซต์ของเรา หากเอ่ยชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยนี้ในแวดวงการศึกษาแล้วละก็ นื้คือหนึ่งในมหาวิทยาลัยชื่อเสียงระดับโลกจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ อาจจะคุ้นหูกันง่าย ๆ ว่าโปรแกรมที่เราคุ้นเคยอย่าง Java ถูกคิดค้นที่นี้ รวมถึง นวตกรรมทางเทคโนโลยีต่าง ๆ  พูดง่ายว่าเป็นอันดับ 1 ของโลก ด้าน computer science , IT, computer engineering และ AI  หากนักเรียนที่มีความสามารถและต้องการเรียนต่อด้านนี้ คงต้องมีลิสท์ชื่อมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon Uniersity (CMU) อยู่ในใจอย่างแน่นอน หรือนักเรียนลองอาจจะกูเกิลดูสถิติเองว่าหากต้องการเรียนต่อคณะ computer science อย่างน้อยจะต้องมีชื่อมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon University ขึ้นมาติดโผ่อยู่ทุก ๆ สำนัก นับเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับนักเรียนไทยหรือในภูมิภาคเอเชียที่มีตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ เนื่องจาก Carnegie Mellon University เปิดสอนสองคณะแข็งแรงที่เมืองไทยโดยร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง King Mongkut’s Institute of Technology Ladkrabang (KMITL)

 

Carnegie Mellon University โปรแกรมที่เปิดสอนในประเทศไทยมีอะไร?

สำหรับโปรแกรมที่เปิดสอน จะเป็นโปรแกรม Dual Programe นั้นเอง ง่าย ๆ คือ เรียนที่เมืองไทย 1 ปี และที่อเมริกาอีกหนึ่งปี ซึ่งหลักการสอนนั้นคือเป็นหลักสูตรเดียวกันทั้งหมด มีโปรแกรมสำหรับนักเรียนปริญญาโท

  • M.S. in Electrical & Computer Engineering หนึ่งปีที่เมืองไทย และปีที่สองที่อเมริกา Carnegie Mellon University
  • M.S. in Entertainment Innovation แต่โปรแกรมนี้จะเรียนที่เมืองไทยครบทั้งสองปีที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

 

อะไรคือความแตกต่างหากเลือกโปรแกรมแบบ Dual Programe?

จุดแข็งที่สุดหากมองในเชิงกายภาพคือเรื่องของจำนวนนักเรียนในห้องเรียน ที่มีสัดส่วนที่น้อยกว่า เราจะเห็นว่าในระบบการเรียนสังคมอเมริกันนั้น ห้องเรียนจะใหญ่ ความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับนักเรียนนั้นอาจจะมีช่องว่างที่ค่อนข้างกว้าง มีคำกล่าวของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยท่านหนึ่งพูดว่า “เราต้องการเรียนคลาสเล็กๆ ที่อาจารย์รู้จักเรา หรือต้องการเรียนมหาลัยใหญ่แต่นั่งหลังห้อง” ก็ถือว่าเป็นมุมที่น่าสนใจทีเดียว  นี้คือความได้เปรียบอย่างสูงในขณะที่การเรียนนั้นเป็นหลักสูตรเดียวกัน สอนโดยอาจาย์จากที่ Carnegie Mellon University  และที่สำคัญนั้นคือเพื่อนร่วมชั้นกับคอนเนคชั่นที่แน่นหนา ในเมื่อการเรียนมีนักเรียนที่ไม่ได้มาก ความสัมพันธ์ระหว่างครูอาจารย์นักเรียน หรือระหว่างนักเรียนกับนักเรียน จึงสร้างเครือข่ายได้ง่ายและลึกกว่า  คงไม่ใครปฏิเสธว่านอกจากความรู้ที่เราจะได้กลับมา เรื่องเครือข่ายแวดวงคนในสังคมนั้นเป็นส่วนผสมที่ทำให้เราได้มีคอนเนคชั่นดี ๆ ไว้ในอนาคตได้มากทีเดียว ยิ่งคนที่อยู่ในวงการเดียวกันด้วยแล้ว การพัฒนาสร้างสรรคสิ่งต่าง ๆ นั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากระบบเช่นนี้

 

ค่าเทอมมีความแตกต่างหรือไม่?

ถึงแม้ว่าจะหลักสูตรนี้จะเรียนในเมืองไทย แต่เรทอัตราค่าเทอมคือเทียบเท่าในอเมริกานั้นเอง แต่สำหรับนักเรียนไทยอาจจะได้เปรียบในเรื่องของที่พักนั้นเอง ค่าเทอมคราวๆ ตัวเลขกลม รวมอุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ที่ 1.9 ล้านบาทต่อปี อย่าเพิ่งตกใจกับค่าเทอม ซึ่งตัวเลขนี้ก็คือตัวเลขค่าเทอมปรกติของมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon University  อย่างไรก็ตามสามารถแบ่งจ่ายเป็นเทอม ๆ ได้ แต่เมื่อเทียบเท่ากับเงินเดือนที่จบมาในมหาวิทยาลัยนี้ แน่นอนว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย ซึ่งรอการช้อนนักเรียนในกลุ่มนี้แม้กระทั่งยังเรียนไม่จบกันทีเดียว ยิ่งหากได้มีโอกาสในการฝึกงานในช่วงปีทีสองแล้ว แค่เฉพาะค่าแรงในการฝึกงานก็เริ่มต้นเป็นแสนไปแล้ว ยังไม่รวมค่าสวัสดิการอื่น ๆ  นั่นจึงเป็นเสียงที่ว่าค่าเทอมอาจจะไม่ใช้ตัวแปรมากนักเมื่อเทียบเท่ากับรายได้ที่การันตีต่อหน้าในอนาคตว่าจะได้รับมากมายยังไงได้บ้าง

 

การสมัครเรียนระบบ Admission ต่างกันอย่างไร?

จริง ๆ แล้วการสมัครจะเข้าสู่ระบบกลางของมหาวิทยาลัยปรกติ แต่ทุกคนทราบดีกว่าใบสมัครในอเมริกา ยิ่งเป็นมหาลัยที่ดัง ๆ แล้ว เราคงใช้ภาษาง่าย ๆ ว่า คัดทิ้ง คัดทิ้ง หากเกรดเฉลี่ยนั้นไม่ต้องตาหรือเข้าเกณฑ์นั้นเอง และมีกระบวนการช้ากว่าปรกติ แต่หากว่านักเรียนที่สมัครเข้าไประบบกลางแล้ว หากเลือกที่จะเรียนในประเทศไทย ทางเดอะไลอ้อนจะช่วยแนะนำให้อาจารย์ในคณะนี้ได้เห็นว่าผู้สมัครคนนี้มี potential และเราจะช่วยทำให้ใบสมัครของนักเรียนนั้นมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามคุณสมบัติของนักเรียนยังเป็นหัวใจสำคัญในการได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยตามหลักเกณฑ์ปรกติ

 

คุณสมบัติที่มหาวิทยาลัย Carnegie Mellon University ต้องการ?

ปริญญาโทในหลักสูตรวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์  M.S. in Electrical & Computer Engineering

  • แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์ (ค่าธรรมเนียม USD 75)
  • คะแนน GRE
  • ผลคะแนน IELTS 7.0 : Reading and Listening 6.5, Writing and Speaking 6.0
  • ผลคะแนน TOEFL 84 โดยคะแนนย่อยขั้นต่ำคือ IBT-R 22, IBT-L 22,IBT-S 18 และ IBT-W 22
  • Statement of Purpose
  • Transcript
  • Recommendation letters 2 -3 ฉบับ

 

รู้หรือไม่? เงินเดือนสาย Computer Engineering ในอเมริกาอยู่ประมาณเท่าไหร่?

A: คร่าว ๆ สำหรับสายนี้รับเงินเดือนอยู่ปีละประมาณ $ 96,xxx หรือปีะละ 3.2 ล้านบาทอย่างต่ำ มหาวิทยาลัยที่เป็นอันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกาที่หน่วยงานไหนก็อยากรีบมาช้อนตัวตั้งแต่เรียนกันไม่จบ อันดับ 1 ด้าน Computer Engineering ที่ Carnegie Mellon University มหาวิทยาลัยที่ถ้าบอกว่า ใครกันหนอที่คิดโปรแกรม Java Programe เค้าอยู่ที่นี้ ที่แน่นอนมหาวิทยาลัยอันดับโลก ต้องการนักเรียนที่หัวกะทิเข้าเรียน จึงไม่แปลกที่จะมีใบสมัครหลายพันใบจากทั่วโลก หากนักเรียนที่ต้องการเรียนสายนี้ แล้วเกรดเฉลี่ยแน่นหนา อีกทางลัดที่มีคุณภาพที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ คือการเรียนในแคมปัสเมืองไทย 1 ปี แล้วเข้าหลักสูตรต่อในแคมปัสที่อเมริกาต่ออีก 1 ปี อีกเส้นทางคุณภาพสูง พร้อมกลุ่มห้องเรียนที่เล็กแบบใกล้ชิด พลังคอนเนคชั่นระหว่างอาจารย์และนักเรียนที่เป็นจุดแข็งสูงสุด

 

ที่ผ่านมาเราได้เห็นนักเรียนที่ต้องการเรียนสายนี้มีอยู่ในกลุ่มหนึ่ง และเป็นกลุ่มที่เฉพาะโดยส่วนใหญ่ก็จะมาจากนักเรียนทุนจากองค์กรต่าง ๆ หากนักเรียนที่สนใจและมีคุณสมบัติ สามารถสอบถามศูนย์วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ The Lion Academy of International Studies ทางเจ้าหน้าที่ยินดีให้คำแนะนำฟรี และติดต่อประสานงานให้ทุกขั้นตอนไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นการสนับสนุนด้านการศึกษาให้กับมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง Carnegie Mellon University และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

รับปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศ เรียนต่อที่อเมริกา ศึกษาต่อต่างประเทศ ที่ Carniegie Melon University, US ได้ที่ตัวแทนประเทศไทย ศูนย์วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ

 

The Lion Academy of International Studies

B Floor, Fashion Island Shopping Mall, Island Academy Zone, Ramintra Road, Bangkok 10230

Working hours Tuesdays – Fridays 10.00 am -19.00 pm Saturdays - Sundays 10.00 am -18.00 pm.

The Lion Academy of International Studies

Lion Academy  คือศูนย์วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ เรียนต่ออังกฤษ เรียนต่ออเมริกา เรียนต่อออสเตรเลีย เรียนต่อนิวซีแลนด์ เรียนต่อแคนาดา หากมองหา ที่ปรีกษาในการเรียนต่อต่างประเทศ เราพร้อมให้คำปรึกษาฟรีทุกขั้นตอนตั้งแต่การเลือกสถาบันการศึกษาที่เหมาะสมกับความต้องการ และความสามารถของนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนภาษาระยะสั้นไปจนถึงระดับปริญญาเพื่อต่อยอดอนาคตของท่าน

ฟรี! ให้คำปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศ แนะแนวทางการเรียนต่อต่างประเทศ  สนใจเรียนต่อต่างประเทศติดต่อมาที 

The Lion Academy เราพร้อมให้ข้อมูลคุณ หรือ ใส่ข้อมูลติดต่อเบื้องต้นเพียงเล็กน้อยที่ฟอร์มด้านล่าง เราจะรีบติดต่อกลับโดยเร็วทึ่สุด..

ช่องทางการติดต่อเพิ่มเติม

หรือลูกค้าสามารถติดต่อเราผ่านทาง LINE ID เพียงคลิ๊กที่ลิงค์ด้านล่างได้เลยค่ะ...!

Tel. 02-074-9020 , Mobile 097-080-5659